วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ข่าว สมคิดยันรัฐมีมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อย


     รองนายกฯ 'สมคิด' ยันรัฐมีมาตรการพร้อมดูแลผู้มีรายได้น้อยในเมือง รายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด - พอใจตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 3.2%

    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง หามาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ที่มีรายได้รวมไม่เกินปีละ 100,000 บาท ในพื้นที่เขตเมืองกว่า จากยอดผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการของรัฐทั้งหมด 8.3 ล้านราย เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือผ่านการเติมเงินให้กับเกษตรกรที่มีระดับรายได้ยากจนไปแล้วซึ่งต้องเร่งให้ความช่วยเหลือเพราะถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการและเป็นนโยบายสำคัญในการดูแลสังคม

   ขณะที่มาตรการยกเว้นภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้สำอางและน้ำหอม กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด โดยต้องคิดให้รอบคอบถึงผลดีและผลเสียที่จะได้รับว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่


   สำหรับตัวเลขไตรมาส 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศออกมาอยู่ที่ร้อยละ 3.2 นั้น ถือว่าเศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้เป็นที่น่าพอใจ แต่อาจจะชะลอลงบ้าง เนื่องจากการเปรียบเทียบรายจ่ายของปีก่อนสามารถทำได้สูง เพราะภาครัฐได้เร่งการเบิกจ่ายเพิ่มขึ้น แต่หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ไทยยังขยายตัวได้ดีกว่า เช่น สิงคโปร์ ขยายตัวได้เพียงร้อยละ 0.6 หรือเกาหลีใต้ ที่ขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2 เท่านั้น

    ทั้งนี้ ยอมรับว่า ไตรมาสที่ 4 ปีนี้ บรรยากาศจับจ่ายใช้สอยปรับตัวลดลง เนื่องจากประชาชนไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะใช้จ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญในช่วงที่ผ่านมา จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลและฟื้นฟูให้ดีขึ้น โดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากพบว่าเศรษฐกิจเกิดการอ่อนแรงลงก็จะมีมาตรการเข้าไปดูแลให้มีความเข้มแข็ง เพราะได้เตรียมการไว้หมดแล้ว




ที่มา http://money.sanook.com/440045/
ข่าววันที่ 21 พ.ย. 2559

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ข่าว เกษตรฯ จ่อชง ครม.ปล่อยสินเชื่อขยายวงเงินกู้ นาแปลงใหญ่ 10 ล้านบาท


     ก.เกษตรฯ เตรียมชงมาตรการช่วยเกษตรกรเข้า ครม. ขยายวงเงินสินเชื่อนาแปลงใหญ่ เป็น 10 ล้านบาท ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ย 0.01 เปอร์เซ็นต์ 
    เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมนำเอามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพ เช่น นาแปลงใหญ่ ในการลดต้นทุนการผลิต โดยจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้แก่เกษตรกรผ่านการขยายวงเงินสินเชื่อเงินสูงสุดเป็น 10 ล้านบาท ระยะเวลา ผ่อนชำระคืน 5 ปี มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 จากเดิมเกษตรกรสามารถขอสินเชื่อสูงสุดได้ 5 ล้านบาท ระยะเวลาชำระคืน 3 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 คาดว่าจะใช้งบประมาณเพิ่มจากมาตรการเดิม 5,000 ล้านบาท รวมโครงการดังกล่าวจะใช้เงินอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถนำเข้าที่ประชุมได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อกำหนดมติที่ชัดเจนจากกระทรวงเกษตรฯ ก่อนเสนอ ครม. 

ส่วนกระแสข่าวที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเดินทางมาตรวจเยี่ยม พร้อมติดตามการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ในสัปดาห์หน้า ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการจากทางนายกรัฐมนตรี มีเพียงกระแสข่าวเท่านั้น โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมรายงานการดำเนินงานให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบทุกเมื่อ


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/781902
ข่าววันที่ : 13 พ.ย. 2559

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ข่าว รัฐเพิ่มสินเชื่อชะลอขายข้าวเป็นตันละ 13,000 บาท

ครม.อนุมัติตามข้อสรุปที่ประชุมนบข.ที่ให้เพิ่มเงินสินเชื่อชะลอขายข้าวเป็นตันละ 13,000 บาท 
     
     บิ๊กตู่ขอชาวนาอย่าฟังข้อมูลบิดเบือน เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) นัดพิเศษเช้าวันนี้มีมติกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี เป็นตันละ 13,000 บาท เพิ่มจากการประชุม นบข.วานนี้ซึ่ง กำหนดที่ 11,525 บาท/ตัน ซึ่งประกอบด้วย ค่าข้าวเปลือก เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงข้าว และค่าเก็บรักษาข้าวไว้ในยุ้งฉาง สำหรับเกษตรกรที่ไม่มียุ้งฉางไม่เข้าร่วมโครงการนี้สามารถขายได้ในราคาตลาด โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวข้าวปรับปรุงคุณภาพโดยธกส.โอนเงินเข้าบัญชีในอัตราตันละ 2,000 บาท

     นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวได้มีการปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้ว ซึ่งสามารถทำได้ เพราะไม่ได้เป็นการจำนำข้าวทุกเมล็ดและไม่ใช่การนำข้าวที่ได้จากโครงการไปเก็บในคลังของรัฐ โดยหวังว่ามาตรการนี้จะทำให้ชาวนาพอใจในระดับหนึ่งและทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับดีขึ้น แต่อยากให้เห็นใจรัฐบาลที่มีงบประมาณจำกัดและขณะนี้ก็มีผลกระทบหลายด้าน ทั้งจากปัญหาน้ำท่วม และปริมาณความต้องการข้าวลดลง 

     "การจะทำให้ราคาข้าวเพิ่มสูงขึ้นแต่ทำผิดกฎหมายรัฐบาลไม่สามารถทำได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการต้องสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร และต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ รวมทั้งโรงสีต้องโปร่งใสสุจริต ขณะที่ชาวนาต้องมีเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบความชื้นเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันให้ได้ราคาที่เป็นธรรม"นายกรัฐมนตรี กล่าว

     พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องเข้าใจภาวะตลาดโลกว่าเป็นอย่างไร รวมถึงต้องวางแผนการเพาะปลูกอย่างเหมาะสม มีการทำเกษตรแปลงใหญ่ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเครื่องมือและจัดหาโรงสีขนาดกลางลงไปในแต่ละพื้นที่

      นอกจากนี้ ได้สั่งให้กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงไปสำรวจโรงสีว่ามีสิ่งใดแทรกซ้อนหรือไม่ และขอให้ชาวนาอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน เพราะราคาข้าวที่ตกต่ำในขณะนี้เป็นเพียงข้าวที่เก็บเกี่ยวหนีน้ำ มีความชื้นสูง และไวต่อแสง ซึ่งจะออกผลผลิตในช่วงเดือน ต.ค.ถึง พ.ย.59 ประมาณ 2 ล้านตันเท่านั้น และขอให้ติดตามข้อมูลต่างๆจากรัฐบาล

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ข่าว ธอส.จับมือผู้ประกอบการ ทำให้คนไทยมีบ้าน จัดงาน “ธอส.มหกรรมที่อยู่อาศัย-สินเชื่อเพื่อประชาชน ประจำปี 2559”

      ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าพันธกิจ : ทำให้คนไทยมีบ้าน จัดงาน "ธอส.มหกรรมที่อยู่อาศัย–สินเชื่อเพื่อประชาชน ประจำปี 2559" ในพื้นที่ สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2559 และนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2559 ชูสินเชื่อบ้าน 63 ปี อัตราดอกเบี้ย 5 เดือนแรก เท่ากับ MRR–6.12% ต่อปี ยกเว้นค่าธรรมเนียม 4 ฟรี (1) ฟรีค่าจดทะเบียนจำนอง (2) ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกันทุกวงเงินกู้ (3) ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และ (4) ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ รวมถึงจำหน่ายทรัพย์ NPA คุณภาพดีทำเลเด่น พร้อมจับมือผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่นำที่อยู่อาศัยระดับคุณภาพมาจำหน่ายในราคาโดนใจ พร้อมตรวจสอบข้อมูลเครดิตฟรี!!

      นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ส่งเสริมให้คนไทยมีบ้านได้มากยิ่งขึ้น ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จึงได้ร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ จัดงาน "ธอส.มหกรรมที่อยู่อาศัย – สินเชื่อเพื่อประชาชน ประจำปี 2559" นับเป็นมหกรรมที่อยู่อาศัยครบวงจรแห่งปีที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่กำลังหาซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง นำโดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ได้การตอบรับจากลูกค้ามากที่สุดในเวลานี้ "โครงการสินเชื่อบ้าน 63 ปี ธอส." อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 5 เดือนแรก เท่ากับ MRR–6.12% ต่อปี (หรือเท่ากับ 0.63% ต่อปี คิดจากดอกเบี้ย MRR ธอส. ปัจจุบันเท่ากับ 6.75% ต่อปี) เดือนที่ 6 – 36 ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR–3.12% ต่อปี (หรือเท่ากับ 3.63% ต่อปี) ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR โดยให้กู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น และซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยพร้อมกับกู้เพื่อซื้อ หรือไถ่ถอนจำนอง พิเศษ!!! ยกเว้นค่าธรรมเนียม 4 ฟรี ได้แก่ 1.ฟรีค่าจดทะเบียนจำนอง 1% ของวงเงินกู้ตามสัญญากู้เงิน(เฉพาะลูกค้าที่ทำนิติกรรมจดทะเบียนการโอนและจดทะเบียนการจำนอง ณ สำนักงานที่ดินภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันที่ธนาคารอนุมัติเงินกู้) 2.ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกันทุกวงเงินกู้ (1,900 / 2,800 /3,100 บาท ตามวงเงินกู้) 3.ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (1,000 บาท) และ 4.ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (0.1% ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ) เฉพาะลูกค้าที่จองสิทธิ์ภายในงาน ทั้งนี้ ผู้ที่จองสิทธิ์โครงการสินเชื่อบ้าน 63 ปี ธอส.ภายในงานที่ จ.สุราษฎร์ธานี ต้องยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ส่วนลูกค้าที่จองสิทธิ์สินเชื่อภายในงานที่ จ.นครสวรรค์ ต้องยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2559

      นอกจากนี้ธนาคารได้คัด ทรัพย์ NPA หรือ บ้านมือสอง คุณภาพดี ทำเลเด่น มาจำหน่ายในราคาโดนใจส่ง ท้ายปี เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย เสนอแคมเปญ "เงินดาวน์ผ่อนได้" กรณีผ่อนชำระเงินดาวน์ 10% ของราคาซื้อขาย ดอกเบี้ย 0% นานถึง 12 เดือน หรือหากเทเงินดาวน์ 10% ของราคาซื้อขาย ส่วนที่เหลืออีก 90% รับสินเชื่อดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 90 % หรือกรณีผ่อนชำระเงินดาวน์ 20% ของราคาซื้อขาย ดอกเบี้ย 0% นานถึง 24 เดือน หากเทเงินดาวน์ 20% ของราคาซื้อขาย ส่วนที่เหลืออีก 80% รับสินเชื่อดอกเบี้ย 0% นาน 24 เดือน วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 80 % ผ่อนนานสูงสุดถึง 30 ปี

      ภายในงานยังได้พบกับโครงการที่อยู่อาศัยระดับคุณภาพของบรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่นำที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภทและระดับราคามาเปิดจำหน่ายพร้อมด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น และยังมีบริการตรวจข้อมูลเครดิตส่วนตัวฟรี!! ได้ที่บูธของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว รวมถึงสอบถามข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ที่บูธของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. ได้อีกด้วย

      นอกจากนี้ยังมีบูธ โครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน ซึ่งจะได้พบกับเจ้าหน้าที่ของ ธอส. ที่จะมาช่วยให้คำแนะนำ และส่งเสริมความรู้ในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ หรือ Financial Literacy อาทิ กรณีผู้ที่ประกอบอาชีพประจำ/อาชีพอิสระ ซึ่งไม่สามารถแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของรายได้ เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้จัดทำสมุดบัญชีรับ - จ่ายรายวัน ตามแบบฟอร์มที่ธนาคารกำหนดไม่น้อยกว่า 9 เดือน พร้อมกับเปิดบัญชีเงินฝาก และฝากเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำมาแสดงเป็นหลักฐานแสดงที่มาของรายได้ แนะนำการจัดเก็บหลักฐาน อาทิ ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าแผงค้าขาย เป็นต้น เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด จะช่วยให้มีโอกาสยื่นคำขอพิจารณาสินเชื่อกับธนาคารได้ในอนาคต

     ทั้งนี้งาน"ธอส.มหกรรมที่อยู่อาศัย – สินเชื่อเพื่อประชาชน ประจำปี 2559" จะจัดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2559 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี และในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์การค้าวี-สแควร์ พลาซ่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์





ที่มา : http://www.ryt9.com/s/prg/2538471
ข่าววันที่ 28 ตุลาคม 2559

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ข่าว ธนาคารออมสินช่วยภัยน้ำท่วมให้กู้ 5 หมื่น ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี พร้อมพักชำระหนี้ลูกค้าสินเชื่อทุกประเภท


     นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้เปิดเผยว่า จากการที่ได้เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อลูกค้าของธนาคารและประชาชนทั่วไปนั้น

ธนาคารออมสินได้มีมาตรการในการบรรเทาความเดือดร้อนลูกค้าของธนาคารออมสิน โดยได้ดำเนินการสำรวจความเสียหายของลูกค้าและออกเยี่ยมเยียนประชาชนและลูกค้าในพื้นที่ประสบภัย และนำถุงยังชีพออกแจกจ่าย พร้อมกันนี้ธนาคารๆ ได้ออกมาตรการด้านสินเชื่อ ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าและประชาชนทั่วไป คือ “สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน”

สำหรับเงื่อนไขดังกล่าวจะให้สิทธิ์ในวงเงินครอบครัวละไม่เกิน 50,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี ไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 ปี (ดอกเบี้ย 0% ในปีแรก) หลังจากนั้นในช่วงปีที่ 2-5 คิดอัตราดอกเบี้ยตามอัตราปกติ คือ 1% ต่อเดือน โดยลูกค้าสามารถติดต่อได้ที่สาขาธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ

     นอกจากนี้แล้ว ธนาคารยังได้บรรเทาภาระลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย โดยลูกค้าสามารถเลือกเงื่อนไขต่างๆได้เช่น
– พักชำระหนี้เงินต้นไม่เกิน 2 – 3 ปี
– ชำระเงินต้นบางส่วนไม่เกิน 2 ปี
– ระหว่างพักชำระเงินต้น ให้ชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยปกติ 100% ชำระดอกเบี้ยปกติไม่น้อยกว่า 50%
– ขยายระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาพักชำระเงินต้น หรือไม่เกิน 2 เท่า ของระยะเวลาคงเหลือตามสัญญากู้หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่ต้องไม่เกิน 20 ปี

โดยลูกค้าในทุกเงื่อนไขต้องได้รับการอนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2559 นี้

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ข่าว ครม.อนุมัติปล่อยกู้สินเชื่อประชารัฐดอกเบี้ย 0% ช่วยคนรายได้น้อย


    
    สำหรับมาตรการแรก คือ มาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน โดยกลุ่มที่ได้รับการช่วยเหลือคือ ผู้ประกอบการอิสระรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มแม่บ้าน ผู้รับจ้างทั่วไป ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และผู้กู้ เมื่อกู้และชำระแล้วต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี โดยสินเชื่อที่จะได้รับนั้น วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย หรือตามความจำเป็น และรวมวงเงินเดิมแล้วต้องไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย และเวลากู้ยืม 5 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก 0% ปีที่ 2-5 ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน สามารถยื่นได้ถึงสิ้นปีนี้

ส่วนมาตรการที่ 2 คือ มาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ที่มีการกู้ยืมกับธนาคารออมสิน โดยจะพักชำระเงินต้นเป็นเวลาสูงสุด 3 ปี แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยตามปกติ ขณะเดียวกันเมื่อพักชำระเงินต้นในส่วนของการขยายเวลาการชำระหนี้นั้นจะได้เท่ากับการชำระหนี้เงินต้นเท่านั้น สำหรับมาตรการสุดท้าย มาตรการให้ความรู้ การพัฒนาอาชีพ สร้างความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการที่มีรายได้น้อย


ที่มา : http://news.mthai.com/hot-news/economy-news/510831.html

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทความ เปิดเงื่อนไข สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ใครกู้เงินได้บ้าง?


    โครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ธนาคารออมสิน ใครจะสามารถยื่นขอกู้เงินได้บ้าง เสียดอกเบี้ยเท่าไร มาทำความเข้าใจกัน

          คนประกอบอาชีพอิสระคงได้เฮกับข่าวที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 ไฟเขียวมาตรการ "สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน" เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยสามารถขอสินเชื่อมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ โดยปีแรกไม่คิดดอกเบี้ย และให้เวลาชำระเงินกู้ 5 ปี วันนี้กระปุกดอทคอม จะพาไปดูรายละเอียดของโครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน แบบชัด ๆ กันอีกครั้ง

สินเชื่อประชารัฐ ให้ใครกู้เงินได้บ้าง ?

          สำหรับผู้ที่จะขอสินเชื่อประชารัฐได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

          - เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย เช่น พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ กลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือผู้รับจ้างให้บริการทั่วไป

          - มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้ กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี

          - เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้


   กู้เงินสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชนไปเพื่ออะไร ?

          รัฐบาลออกมาตรการนี้เพื่อให้เป็นเงินทุนหรือทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ แก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีพ และชำระหนี้สินอื่น ๆ รวมทั้งหนี้นอกระบบ

โครงการสินเชื่อประชารัฐ กำหนดวงเงินกู้ไว้เท่าไร ?

          ไม่เกินรายละ 50,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อรวมจำนวนเงินกู้คงเหลือตามสัญญาเดิมของสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนทุกประเภท กับจำนวนเงินที่ขอกู้ในครั้งนี้ ต้องไม่เกิน 200,000 ต่อราย

สินเชื่อประชารัฐ มีระยะเวลาชำระคืนเงินกู้นานแค่ไหน ?

          ชำระเงินคืนภายใน 5 ปี (60 งวด)

โครงการสินเชื่อประชารัฐ คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่าไร ?

          - ปีที่ 1 ร้อยละ 0.00 ต่อเดือน
          - ปีที่ 2-5 ร้อยละ 1.00 ต่อเดือน

          กรณีที่ผิดนัดชำระหนี้ธนาคารจะคิดดอกเบี้ย และดอกเบี้ยปรับในอัตราที่ธนาคารกำหนด

ยื่นขอสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชนได้ที่ไหน ถึงวันที่เท่าไร ?

          สามารถขอสินเชื่อประชารัฐได้ที่ธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคม 2559

ขอสินเชื่อประชารัฐต้องใช้หลักประกันอะไรบ้าง ?

          ต้องมีบุคคลค้ำประกันและหลักประกันอื่น ๆ คือ

          บุคคลค้ำประกัน 

          ผู้ค้ำประกันต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
          - มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้ค้ำประกันกับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี
          - เป็นผู้มีอาชีพและรายได้แน่นอน
          - เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้
          - ค้ำประกันผู้กู้ได้ ไม่เกิน  2 คน

          หลักประกันประเภทอื่น 

          สามารถใช้หลักประกันที่เป็นของผู้กู้ หรือของบุคคลอื่นที่ยินยอมให้ใช้ค้ำประกันได้ ดังนี้

          - สมุดฝากเงินออมสินและ หรือสลากออมสินพิเศษ ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 95 ของจำนวนเงินฝากคงเหลือในสมุดฝากเงินออมสิน หรือให้กู้ได้ไม่เกิน ร้อยละ 95 ของมูลค่าสลากออมสินพิเศษ

          - อสังหาริมทรัพย์ที่ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีความเจริญ มีไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่น ๆ ตามความจำเป็น และมีทางสาธารณประโยชน์ซึ่งสามารถเข้า-ออกได้สะดวก โดยให้กู้ได้ ดังนี้

              ● ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
              ● ไม่เกินร้อยละ 70 ของราคาประเมินที่ดินว่างเปล่าหรือห้องชุด
              ● ไม่เกินร้อยละ 60 ของราคาประเมินที่ดินที่เป็นที่สวน ที่ไร่ ที่นา

          บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ Micro Entrepreneurs ค้ำประกันโดยธนาคารเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ของภาระค้ำประกันให้แก่ผู้กู้ ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ตลอดอายุสัญญา

          ทั้งนี้ ธนาคารออมสินคิดค่าธรรมเนียมการให้บริการสินเชื่อคิดในอัตราร้อยละ 1 ของวงเงินสินเชื่อที่ขอกู้ธนาคาร




ที่มา http://money.kapook.com/view154241.html 
        ธนาคารออมสิน, กรมประชาสัมพันธ์, กระทรวงการคลัง