วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ข่าว ครม.อนุมัติปล่อยกู้สินเชื่อประชารัฐดอกเบี้ย 0% ช่วยคนรายได้น้อย


    
    สำหรับมาตรการแรก คือ มาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน โดยกลุ่มที่ได้รับการช่วยเหลือคือ ผู้ประกอบการอิสระรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มแม่บ้าน ผู้รับจ้างทั่วไป ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และผู้กู้ เมื่อกู้และชำระแล้วต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี โดยสินเชื่อที่จะได้รับนั้น วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย หรือตามความจำเป็น และรวมวงเงินเดิมแล้วต้องไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย และเวลากู้ยืม 5 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก 0% ปีที่ 2-5 ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน สามารถยื่นได้ถึงสิ้นปีนี้

ส่วนมาตรการที่ 2 คือ มาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ที่มีการกู้ยืมกับธนาคารออมสิน โดยจะพักชำระเงินต้นเป็นเวลาสูงสุด 3 ปี แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยตามปกติ ขณะเดียวกันเมื่อพักชำระเงินต้นในส่วนของการขยายเวลาการชำระหนี้นั้นจะได้เท่ากับการชำระหนี้เงินต้นเท่านั้น สำหรับมาตรการสุดท้าย มาตรการให้ความรู้ การพัฒนาอาชีพ สร้างความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการที่มีรายได้น้อย


ที่มา : http://news.mthai.com/hot-news/economy-news/510831.html

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทความ เปิดเงื่อนไข สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ใครกู้เงินได้บ้าง?


    โครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ธนาคารออมสิน ใครจะสามารถยื่นขอกู้เงินได้บ้าง เสียดอกเบี้ยเท่าไร มาทำความเข้าใจกัน

          คนประกอบอาชีพอิสระคงได้เฮกับข่าวที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 ไฟเขียวมาตรการ "สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน" เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยสามารถขอสินเชื่อมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ โดยปีแรกไม่คิดดอกเบี้ย และให้เวลาชำระเงินกู้ 5 ปี วันนี้กระปุกดอทคอม จะพาไปดูรายละเอียดของโครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน แบบชัด ๆ กันอีกครั้ง

สินเชื่อประชารัฐ ให้ใครกู้เงินได้บ้าง ?

          สำหรับผู้ที่จะขอสินเชื่อประชารัฐได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

          - เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย เช่น พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ กลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือผู้รับจ้างให้บริการทั่วไป

          - มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้ กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี

          - เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้


   กู้เงินสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชนไปเพื่ออะไร ?

          รัฐบาลออกมาตรการนี้เพื่อให้เป็นเงินทุนหรือทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ แก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีพ และชำระหนี้สินอื่น ๆ รวมทั้งหนี้นอกระบบ

โครงการสินเชื่อประชารัฐ กำหนดวงเงินกู้ไว้เท่าไร ?

          ไม่เกินรายละ 50,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อรวมจำนวนเงินกู้คงเหลือตามสัญญาเดิมของสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนทุกประเภท กับจำนวนเงินที่ขอกู้ในครั้งนี้ ต้องไม่เกิน 200,000 ต่อราย

สินเชื่อประชารัฐ มีระยะเวลาชำระคืนเงินกู้นานแค่ไหน ?

          ชำระเงินคืนภายใน 5 ปี (60 งวด)

โครงการสินเชื่อประชารัฐ คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่าไร ?

          - ปีที่ 1 ร้อยละ 0.00 ต่อเดือน
          - ปีที่ 2-5 ร้อยละ 1.00 ต่อเดือน

          กรณีที่ผิดนัดชำระหนี้ธนาคารจะคิดดอกเบี้ย และดอกเบี้ยปรับในอัตราที่ธนาคารกำหนด

ยื่นขอสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชนได้ที่ไหน ถึงวันที่เท่าไร ?

          สามารถขอสินเชื่อประชารัฐได้ที่ธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคม 2559

ขอสินเชื่อประชารัฐต้องใช้หลักประกันอะไรบ้าง ?

          ต้องมีบุคคลค้ำประกันและหลักประกันอื่น ๆ คือ

          บุคคลค้ำประกัน 

          ผู้ค้ำประกันต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
          - มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้ค้ำประกันกับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี
          - เป็นผู้มีอาชีพและรายได้แน่นอน
          - เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้
          - ค้ำประกันผู้กู้ได้ ไม่เกิน  2 คน

          หลักประกันประเภทอื่น 

          สามารถใช้หลักประกันที่เป็นของผู้กู้ หรือของบุคคลอื่นที่ยินยอมให้ใช้ค้ำประกันได้ ดังนี้

          - สมุดฝากเงินออมสินและ หรือสลากออมสินพิเศษ ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 95 ของจำนวนเงินฝากคงเหลือในสมุดฝากเงินออมสิน หรือให้กู้ได้ไม่เกิน ร้อยละ 95 ของมูลค่าสลากออมสินพิเศษ

          - อสังหาริมทรัพย์ที่ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีความเจริญ มีไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่น ๆ ตามความจำเป็น และมีทางสาธารณประโยชน์ซึ่งสามารถเข้า-ออกได้สะดวก โดยให้กู้ได้ ดังนี้

              ● ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
              ● ไม่เกินร้อยละ 70 ของราคาประเมินที่ดินว่างเปล่าหรือห้องชุด
              ● ไม่เกินร้อยละ 60 ของราคาประเมินที่ดินที่เป็นที่สวน ที่ไร่ ที่นา

          บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ Micro Entrepreneurs ค้ำประกันโดยธนาคารเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ของภาระค้ำประกันให้แก่ผู้กู้ ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ตลอดอายุสัญญา

          ทั้งนี้ ธนาคารออมสินคิดค่าธรรมเนียมการให้บริการสินเชื่อคิดในอัตราร้อยละ 1 ของวงเงินสินเชื่อที่ขอกู้ธนาคาร




ที่มา http://money.kapook.com/view154241.html 
        ธนาคารออมสิน, กรมประชาสัมพันธ์, กระทรวงการคลัง 

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ข่าว สมคิด ดันมาตรการสินเชื่อประชารัฐ ปล่อยกู้อาชีพรับจ้าง ฯดอกเบี้ย 1 %


   รองนายกเศรษฐกิจ เตรียมดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรากหญ้าอีกรอบ ดันเงินกู้ประชารัฐปล่อยกู้ไม่กิน 2 แสนต่อราย 5 ปี ปลอดดอกปีแรก ปีถัดไปคิด 1 % พร้อมพักชำระหนี้ให้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี 3 ปี เสนอ ครม.สัปดาห์หน้า

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เตรียมเสนอมาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชนให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยประกอบไปด้วย

1. มาตรการเงินกู้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและประกอบอาชีพรับจ้าง อาชีพอิสระ เช่น วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง คนขับรถแท็กซี่ กลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวทำวิสาหกิจชุมชน ผ่านธนาคารออมสิน  ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี สูงสุด 200,000 บาทต่อราย ซึ่งจะไม่คิดดอกเบี้ยในปีแรก และคิดดอกเบี้ย 1% ในปีถัดไป

2. มาตรการพักชำระหนี้ให้ลูกค้าธนาคาร 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นลูกค้ารายย่อยชั้นดีที่จะได้รับการพักชำระเงินต้น 3 ปี ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มลูกค้าที่ยังมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เหลืออยู่ ซึ่งจะได้รับการพักชำระดอกเบี้ยครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 3 ปี ส่วนเงินต้นยังจ่ายตามเดิม

นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมดำเนินการในอีกหลายเรื่องเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้มีรายได้น้อย และเศรษฐกิจฐานราก เช่น การยกระดับความสามารถให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สามารถทำการตลาดได้ด้วย, โครงการพักหนี้ให้กับลูกค้าธนาคารออมสินที่มีปัญหาเรื่องภาระในการชำระหนี้, โครงการฝึกอาชีพให้กับผู้มีรายได้น้อย, การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ


ข่าววันที่ 29 ก.ค 59
ที่มา http://money.sanook.com/404357/

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

บทความ มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐ

 
   นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการสนับสนุนให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบเพื่อการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังมีนโยบายส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ประชาชนระดับฐานรากให้มีความรู้ทางการเงิน สามารถพึ่งพาตนเองได้ และลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ กระทรวงการคลังโดยธนาคารออมสินจึงได้เสนอมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม  2559 โดยประกอบด้วย 3 โครงการ สรุปได้ ดังนี้ 

1) มาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน โดยให้สินเชื่อผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยทั่วไป เช่น พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ กลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือผู้รับจ้างให้บริการทั่วไป เป็นต้น รายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อเป็นเงินทุน เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ  แก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีพ และชำระหนี้สินอื่น ๆ รวมทั้งหนี้นอกระบบ ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในปีที่ 1 ร้อยละ 0 ต่อเดือน และในปีที่ 2 - 5 ร้อยละ 1 ต่อเดือน โดยเงื่อนไขนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2559

2) มาตรการประชารัฐเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนภายใต้นโยบายรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้าของธนาคารออมสินที่ใช้บริการสินเชื่อและอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระคืนที่มีความประสงค์จะขอพักชำระหนี้ชั่วคราวหรือขอขยายระยะเวลาชำระหนี้เพื่อลดภาระรายจ่าย โดยพักชำระเงินต้นและชำระเฉพาะดอกเบี้ยได้นานสูงสุดเป็นระยะเวลา 3 ปี ขยายระยะเวลาชำระหนี้เพิ่มได้เท่ากับระยะเวลาพักชำระเงินต้น
หรือขยายเวลาการชำระหนี้ได้ 2 เท่าของระยะเวลาคงเหลือตามสัญญาเงินกู้ สูงสุดไม่เกิน 20 ปี ตามเงื่อนไขของสินเชื่อแต่ละประเภท ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอเข้าร่วมมาตรการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2559

3) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบอาชีพรายย่อยในชุมชนเมือง โดยจัดอบรมหลักสูตรการให้ความรู้ทางการเงินแก่บุคคลในครอบครัวของประชาชนฐานราก และการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรม จำนวน 150,000 ครอบครัว ครอบครัวละ 1 คน กระจายตามพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยจะมีการจัดอบรมในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม 2559

   นายกฤษฎาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐจะช่วยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบเพื่อการประกอบอาชีพ บรรเทาความเดือดร้อนภายในครอบครัว ลดปัญหาเงินกู้นอกระบบ ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้อยู่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้ประชาชนในระดับฐานรากได้รับความรู้ทางการเงิน เห็นความสำคัญของการวางแผนทางการเงิน
ของครอบครัว สามารถบริหารรายได้รายจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเงินออมเป็นหลักประกันทางการเงินของครอบครัว ลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบและลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม”

สำนักนโยบายระบบการเงินและสถาบันการเงิน  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3207 
โทรสาร 0 2618 3374



ที่มา : กระทรวงการคลัง

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

ข่าว ครม.ให้ออมสินปล่อยกู้ผู้มีรายได้น้อยไม่เกินรายละ5หมื่น


ครม.อนุมัติให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ผู้มีรายได้น้อยไม่เกินรายละ 50,000บาท ผ่อน 5 ปี ไม่คิดดอกเบี้ยปีแรก วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท

   นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐ ใช้งบประมาณรวม 2 หมื่นล้านบาท เป้าหมายเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในชุมชนเมือง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนถึง 9 ล้านคน โดยจะเป็นการดำเนินการผ่านธนาคารออมสินใน 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1.มาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน 
2.มาตรการประชารัฐเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชน
3.โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบอาชีพรายย่อยในชุมชนเมือง

มาตรการแรก คือ มาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชนนั้น ครม.มีมติให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการอิสระรายย่อย เช่น พ่อค้า แม่ค้า วินจักรยานยนต์รับจ้าง แม่บ้าน ผู้รับจ้างที่ให้บริการทั่วไป โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีอายุตั้งแต่20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี สามารถมาขอกู้เงินจากธนาคารออมสินได้รายละไม่เกิน 50,000 บาท แต่เมื่อรวมกับของเดิมที่เคยกู้ไว้กับโครงการธนาคารประชาชนจะต้องไม่เกินรายละ 2 แสนบาท

ทั้งนี้ ระยะเวลาการผ่อนชำระคืนภายใน 5 ปี ไม่คิดดอกเบี้ยปีแรก ส่วนปีที่ 2-5 คิดดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน โดยสามารถใช้การค้ำประกันด้วยบุคคล, หลักทรัพย์ หรือบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถยื่นเรื่องมาที่ธนาคารออมสินได้ภายในสิ้นปี 59

มาตรการที่ 2 มาตรการประชารัฐเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนภายใต้นโยบายรัฐบาล โดยธนาคารออมสินจะพักการชำระเงินต้นและชำระดอกเบี้ยได้นานสูงสุดเป็นระยะเวลา 3 ปี และขยายระยะเวลาชำระหนี้เพิ่มได้เท่ากับระยะเวลาพักชำระเงินต้น หรือขยายเวลาการชำระหนี้ได้ 2 เท่าของระยะเวลาคงเหลือตามสัญญาเงินกู้ แต่ไม่เกิน 20 ปี โดยผู้สนใจสามารถติดต่อเข้าร่วมรับความช่วยเหลือตามมาตรการนี้ได้ภายใน 31 ส.ค.59

มาตรการที่ 3 โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบอาชีพรายย่อยในชุมชนเมือง โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 1.5 แสนครอบครอบ ครอบครัวละ 1 คน กระจายตามพื้นที่ทุกจังหวัด ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ ส.ค.-ธ.ค.59 ใช้งบประมาณรวม 163 ล้านบาท


ที่มา http://m.posttoday.com/economy/finance/446305
วันที่ 2 สิงหาคม 2559

บทความ รายละเอียดของการกู้สินเชื่อตามนโยบายรัฐจากธนาคารออมสิน


รายละเอียดการกู้สินเชื่อตามนโยบายรัฐ

1. สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน
  • คุณสมบัติผู้กู้
1. เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย เช่น พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับวินมอเตอร์ไซต์ ผู้ให้บริการรถรับจ้าง  สาธารณะ และกลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้รับจ้างให้บริการทั่วไป
 2. มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้ กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี
 3. เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้

  • จำนวนเงินให้กู้
 ไม่เกินรายละ 50,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อรวมจำนวนเงินกู้คงเหลือตามสัญญาเดิมของสินเชื่อโครงการ  ธนาคารประชาชนทุกประเภท กับจำนวนเงินที่ขอกู้ในครั้งนี้ ต้องไม่เกิน 200,000 ต่อราย 

  • ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้

 5 ปี (60งวด)

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
 ปีที่ 1 ร้อยละ 0.00 ต่อเดือน
 ปีที่ 2-5 ร้อยละ 1.00 ต่อเดือน
 กรณีที่ผิดนัดชำระหนี้ธนาคารจะคิดดอกเบี้ย และดอกเบี้ยปรับในอัตราที่ธนาคารกำหนด 

  • ตารางเงินงวด




  • หลักการประกันการเงินกู้
บุคคลค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
- มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้ค้ำประกันกับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี
- เป็นผู้มีอาชีพและรายได้แน่นอน
- เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้
- ค้ำประกันผู้กู้ได้ ไม่เกิน  2 คน

หลักประกันประเภทอื่น สามารถใช้หลักประกันที่เป็นของผู้กู้ หรือของบุคคลอื่นที่ยินยอมให้ใช้ค้ำประกันได้ ดังนี้
1. สมุดฝากเงินออมสินและ หรือสลากออมสินพิเศษ ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 95 ของจำนวนเงินฝากคงเหลือในสมุดฝากเงินออมสิน หรือให้กู้ได้ไม่เกิน ร้อยละ 95 ของมูลค่าสลากออมสินพิเศษ
2. อสังหาริมทรัพย์ที่ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีความเจริญ มีไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่นๆตามความจำเป็น และมีทางสาธารณประโยชน์ซึ่งสามารถ เข้า-ออกได้สะดวก โดยให้กู้ได้ ดังนี้
- ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
- ไม่เกินร้อยละ 70 ของราคาประเมินที่ดินว่างเปล่าหรือห้องชุด
- ไม่เกินร้อยละ 60 ของราคาประเมินที่ดินที่เป็นที่สวน ที่ไร่ ที่นา

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ Micro Entrepreneurs ค้ำประกันโดยธนาคารเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ของภาระค้ำประกันให้แก่ผู้กู้ ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ตลอดอายุสัญญา 

  • เงื่อนไขอื่นๆ
 ค่าธรรมเนียมในการให้บริการสินเชื่อคิดในอัตราร้อยละ 1 ของวงเงินสินเชื่อที่ขอกู้ธนาคาร
 *ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม - 30 ธันวาคม 2559 



2. สินเชื่อประชาชนสุขใจ 
  • กำหนดวงเงินกู้
ไม่น้อยกว่า 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ต่อราย

  • คุณสมบัติผู้กู้
- เป็นบุคคลธรรมดา มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์
- เป็นผู้ประกอบการรายย่อย เช่น พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย หรือผู้ให้บริการ
- มีสถานที่ประกอบการที่แน่นอน ชัดเจน และมีเอกสารหลักฐานรับรองว่าประกอบธุรกิจจริงจากธนาคารออมสิน

  • อัตราค่าธรรมเนียมค้ำประกัน

 ปีที่ 1 ลูกค้าได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน
 ปีที่ 2 เป็นต้นไปตลอดอายุสัญญากู้เงิน ธนาคารออมสินจ่ายให้กับลูกค้า
  • อัตราดอกเบี้ย
 ตามประกาศธนาคารออมสิน

  • ขั้นตอนการใช้บริการ

- ลูกค้าติดต่อสาขา
- สาขาพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ และติดต่อ บสย. อนุมัติค้ำประกัน
- บสย. อนุมัติค้ำประกัน
- สาขาแจ้งลูกค้าทำสัญญา


  • ระยะเวลาการผ่อนชำระ
  ตั้งแต่ 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี (ผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน)


  • วัตถุประสงค์การกู้
  เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ


  • หลักประกันเงินกู้
  ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน





ที่มา : http://www.gsb.or.th/products/loan/government
วันที่ : 19 กันยายน 2559

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

ทุ่ม2แสนล้าน! แบงก์รัฐอัดฉีดช่วย"คนจน"ให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ-พักหนี้ เสนอ"บิ๊กป้อม"เคาะ

     นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) รวบรวมมาตรการเพื่อเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นัดประชุมวันที่ 16 กุมภาพันธ์

"แม้เรื่องนี้เป็นการดำเนินการโดย คสช. ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นการช่วยกันทำงานเพื่อประชาชน โดยในส่วนของ ธ.ก.ส.มี 4 โครงการที่จะมีการพักหนี้ให้ รวมถึงปล่อยสินเชื่อเพิ่มเพื่อนำไปประกอบอาชีพ ส่วนธนาคารออมสิน เตรียมเสนอ 4-5 โครงการ" นาย สมหมายกล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า แบงก์รัฐเตรียมกว่า 20 โครงการวงเงินรวมกว่า 2 แสนล้านบาท ประกอบด้วย ธ.ก.ส.4-5 โครงการวงเงินกว่า 7-8 หมื่นล้านบาท ธนาคารออมสิน 8 โครงการวงเงินกว่า 9 หมื่นล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 5 โครงการวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท และธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) 1 โครงการวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท

-ธกส.ยืดเวลาเกษตรกรใช้หนี้

   รายข่าวแจ้งว่า ธ.ก.ส. มีมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร สำหรับลูกหนี้เกษตรกรเดิมที่ยังค้างชำระหนี้กับ ธ.ก.ส. จากเหตุผิดปกติ เช่น หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต ขาดรายได้อาจต้องเลิกประกอบอาชีพ และไม่มีที่ดินทำกิน คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท มีลูกหนี้ที่เกี่ยวข้องประมาณ 5 หมื่นราย โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม โดย 2 กลุ่มแรกคือลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างนานพอสมควรโอกาสฟื้นยาก และลูกหนี้ค้างชำระแต่ยังมีศักยภาพที่จะชำระหนี้ต่อไปได้ ธ.ก.ส.จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้และขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ให้ นานขึ้น

   "ส่วนกลุ่มสุดท้าย ลูกหนี้ที่ได้รับผล กระทบจากราคาข้าวและยางตกต่ำ ธ.ก.ส. จะปรับโครงสร้างหนี้ ขยายระยะเวลาชำระเฉพาะเงินต้นออกไป 1 ปี แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยคงเดิม เพื่อเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรนอกจากนี้จะได้รับวงเงินสินเชื่อสนับสนุนเพื่อการฟื้นฟูตามแผนการผลิต ผ่านมาตรการสินเชื่อ ธ.ก.ส. ที่มีอยู่แล้วดอกเบี้ยอัตราพิเศษ วงเงินสินเชื่อเฉลี่ยประมาณ 5 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาทต่อราย ทั้งนี้ ธ.ก.ส.เตรียมวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมไว้ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท" รายงานข่าวระบุ

-ออมสินชง6โครงการ5.5หมื่นล.

   นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินมี 6 โครงการ วงเงินรวม 5.5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการสินเชื่อประชาชนสุขใจ กลุ่มเป้าหมายคือประชาชนทั่วไปและธนาคารประชาชน วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท ให้สินเชื่อต่อรายตั้งแต่ 1 หมื่นบาทแต่ไม่เกินรายละ 2 แสนบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ระยะเวลา 10 ปี 2.โครงการสินเชื่อออมสุขใจ วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท ต้องฝากเงิน 3 เดือน 6 เดือนและ 10 เดือน และจะให้สินเชื่อต่อราย 5 เท่าของเงินฝากรายละไม่เกิน 2 แสนบาททันที ไม่ต้องวิเคราะห์สินเชื่อ ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ระยะเวลา 5-8 ปี กลุ่มเป้าหมายคือประชาชนทั่วไปและมนุษย์เงินเดือนคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อได้ 2 แสนราย

   นายชาติชายกล่าวว่า 3.โครงการสินเชื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท กลุ่มเป้าหมายคือพนักงานโรงงาน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 แสนบาท ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน แต่หน่วยงานต้นสังกัดหักบัญชีเงินเดือนนำส่งแบงก์ ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ระยะเวลา 5-8 ปี 4.โครงการสินเชื่อคืนความสุข ภาค 2 วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท สำหรับลูกค้าที่ผ่อนชำระดีในรอบ 12 เดือน ขยายวงเงินสินเชื่อเป็น 1.5 หมื่นบาทถึง 4 หมื่นบาทต่อราย คิดดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ระยะเวลา 3-5 ปี คาดว่าจะดูแลกลุ่มลูกค้าธนาคารประชาชนได้ประมาณ 5 แสนราย จากทั้งหมด 1 ล้านราย

-ปล่อยกู้เอสเอ็มอีหมื่นล้าน

   นายชาติชายกล่าวว่า 5.โครงการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท จะร่วมกับพันธมิตร อาทิ ทางจังหวัด หอการค้าแห่งประเทศและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อคัดเลือกและจัด 10 อันดับธุรกิจที่ควรให้การสนับสนุนสินเชื่อและดอกเบี้ยพิเศษ โดยกลุ่มธุรกิจอันดับ 1-3 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ อันดับ 4-6 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษรองลงมา ซึ่งส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองกลุ่มนี้ประมาณ 0.5-1% ส่วนอันดับ 6-10 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยปกติ สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอี ระดับวงเงินสินเชื่อต่ำกว่า 30-40 ล้านบาท เป็นธุรกิจดาวเด่นของจังหวัด เช่น บริการ ท่องเที่ยวและศิลปหัตถกรรม
นายชาติชายกล่าวว่า 6.โครงการสินเชื่อบ้าน วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท จะประเมินลูกค้าเดิมที่มีความสามารถผ่อนชำระเงินกู้มาแล้ว จะให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมเท่ากับวงเงินที่ผ่อน ดอกเบี้ย 6.875% กำลังพิจารณาอยู่ว่ามีลูกค้าเดิมที่จะดูแลได้จำนวนเท่าไร

-อัดฉีดกองทุนหมู่บ้าน4.3หมื่นล.

นายชาติชายกล่าวว่า นอกจากนี้ ธนาคารออมสินเตรียมมาตรการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อสำหรับกองทุนหมู่บ้าน วงเงิน 4.3 หมื่นล้านบาท มี 2 โครงการ คือ 1.ยกระดับกองทุนหมู่บ้าน มีวงเงินสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อดูแลกองทุนหมู่บ้านกว่า 3 หมื่นกองทุน สำหรับยกระดับกองทุนหมู่บ้านที่ดี 1 หมื่นกองทุน วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท กองทุนละ 1 ล้านบาท และเพื่อการพัฒนากองทุนหมู่บ้าน 2 หมื่นกองทุน วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท กองทุนละ 5 แสนบาท ส่วนนี้รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ย 1.5% และจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้ธนาคารออมสิน 3% ไม่ชดเชยเงินต้น

  นายชาติชายกล่าวว่า 2.สนับสนุนการพัฒนาหมู่บ้านมีวงเงินสินเชื่อ 2.3 หมื่นล้านบาท เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ซ่อมสร้างทาง หมู่บ้านละ 3 แสนบาท กว่า 7 หมื่นหมู่บ้าน ในส่วนนี้รัฐบาลจะรับภาระจ่ายชดเชยทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับธนาคารออมสิน

-ธอส.ช่วยคนจนมีบ้าน-ดบ.ถูก

ด้านนางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า ธอส.เตรียมเสนอ 5 โครงการ วงเงินสินเชื่อ 2.55 หมื่นล้านบาท โครงการใหม่คือ สินเชื่อบ้านผู้มีรายได้น้อย วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษต่ำกว่าอัตราปัจจุบันที่ปล่อยกู้ 0.87% แต่ต้องพิจารณาความสามารถชำระหนี้ของผู้กู้ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้านที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดและ หัวเมืองใหญ่

นางอังคณากล่าวว่า ส่วนที่เหลือ 4 โครงการ เป็นโครงการเดิมที่ ธอส.จะทำต่อเนื่อง ได้แก่ 1.สินเชื่อของขวัญปีใหม่ 2558 จะปล่อยวงเงินกู้เพิ่มอีก 3,000 ล้านบาท หลังจากก่อนหน้านี้ตั้งวงเงินไว้ 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ไปหมดแล้ว 2.ธอส.เพื่อสานฝันคนมีรายได้น้อย ปล่อยกู้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท วงเงิน 8,000 ล้านบาท 3.บ้าน ธอส.เพิ่มสุข เพื่อปรับปรุงบ้านและการซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้าน วงเงิน 2,500 ล้านบาท และ 4.โครงการบ้านเอื้ออาทร วงเงิน 2,000 ล้านบาท

- เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยกู้โอท็อป

   นายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า เอสเอ็มอีแบงก์จะปล่อยกู้ให้กับโอท็อป วิสาหกิจชุมชน หรือ ผู้ประกอบการขนาดเล็กทั่วไป วงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 5% วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย โดยเม็ดเงินที่นำมาใช้ในโครงการนี้ทางกองทุนประกันสังคมนำมาฝากกับธนาคารโดยคิดดอกเบี้ยต่ำ ปล่อยกู้ให้กับลูกค้ารายใหม่ทั่วประเทศ ทำให้มีเม็ดเงินใหม่ลงสู่รากหญ้า

   นายสุธนัย ประเสริฐสรรพ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) กล่าวว่า ธสน.เตรียม 5 โครงการวงเงินเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แม้จะไม่ใช่โครงการที่ คสช.สั่งมา แต่เป็นโครงการที่ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ 1.สินเชื่อเอสเอ็มอี ส่งออกสบายใจ วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น วงเงินสูงถึง 6 เท่าของหลักประกัน 2.สินเชื่อเอสเอ็มอี ค้าชายแดน วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการที่ค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน 3.สินเชื่อเอสเอ็มอี ขยายฐาน วงเงินกู้ระยะยาว วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท กู้ได้ทั้งสกุลเงินบาทและสกุลเงินอื่น ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี 4.สินเชื่อเพื่อการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นเงินกู้ระยะ 15 ปี และ 5.สินเชื่อเพิ่มพลังผู้ซื้อขาย เป็นแพคเกจทางการเงินที่ให้ผู้ส่งออกไทยนำไปเสนอผู้ซื้อในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อซื้อสินค้าและบริการของผู้ส่งออกไทย

วันที่ : 16 ก.พ. 58